- ตรวจสุขภาพก่อนมีลูก
- 22 มีนาคม 2560, 09:09 อ่าน: 9746
เรื่อง "ตรวจสุขภาพก่อนมีลูก" โดย พ.ญ. อัญญ์ชิศา วงศ์วีระนนท์ชัย
หลายคนคงมีความใฝ่ฝันตั้งแต่วัยเด็กแล้วถึงการมีครอบครัวที่มีสมบูรณ์แบบ มีความสุขอย่างในตอนท้ายของนิยายหลายๆ เรื่อง แต่การจะได้มาซึ่งครอบครัวที่สมบูรณ์นั้นไม่ใช่จะหวังพึ่ง แต่ดวงชะตาเพียงอย่างเดียว เราเองสามารถกำหนดได้ด้วย หนึ่งในเรื่องที่สามารถเลือกกำหนดเองได้ คือ การตรวจเช็คสุขภาพร่างกายก่อนแต่งงานและการวางแผนในการมีบุตร ซี่งจะช่วยให้เรา รู้ทัน รู้ก่อน และวางแผนได้ถูกค่ะ แต่เราต้องเลือกให้เหมาะสมและไม่จ่ายเกินความจำเป็นนะค่ะ ปัจจุบันตามโรงพยาบาลชั้นนำจะมีการจัดแพ็คเกจสำหรับตรวจสุขภาพมากมายค่ะ แต่สำหรับการตรวจเพื่อจะแต่งงานและการมีบุตรในอนาคต คือ แพ็คเกจตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ซึ่งหมอจะอธิบายแยกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1 กลุ่มโรคเลือด(และผลเลือดที่เป็นมาโดยพันธุกรรม) และ 2 กลุ่มโรคติดเชื้อ
กลุ่มที่1 กลุ่มโรคเลือดและผลเลือดที่เป็นมาโดยพันธุกรรม
1.1 การตรวจหาความเข้ากันของกรุ๊ปเลือดและหมู่เลือด (ABO , Rh)
1.2 ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count = CBC) เป็นตรวจหาความแข็งแรงโดยรวมของสุขภาพร่างกาย และความผิดปกติโดยกว้าง เช่น โลหิตจาง โรคติดเชื้อ
1.3 ตรวจหาธาลัสซีเมีย (HbTyping) บางโรงพยาบาลอาจตรวจลึกถึงพันธุกรรมที่เรียกว่า AlphaThal-1 สาเหตุของโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องตรวจในเบื้องต้นหาก HbTyping มีค่าปกติ ก็จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายได้ส่วนหนึ่ง
กลุ่มที่2 การตรวจหาโรคติดเชื้อ ชื่อก็บอกแล้วค่ะว่ามีการติดเชื้อมา ดังนั้นจะมีที่ให้รักษาหายขาดได้และตรวจเพื่อวางแผนการดำเนินชีวิตคู่กันต่อไปค่ะ
2.1 การตรวจหาเชื้อ เอช ไอ วี (Anti-HIV) หรือการตรวจหาโรคเอดส์
2.2 การคัดกรองเพื่อหาเชื้อซิฟิลิซ (VDRL) หรือโรคซิฟิลิซ ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างหนึ่ง ในบางโรงพยาบาลอาจมีการตรวจเพื่อหาเชื้อ T. Pallidum สาเหตุที่ก่อโรค ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัว คิดว่ายังไม่จำเป็นต้องตรวจในเบื้องต้น หากมีการตรวจพบเชื้อซิฟิลิซจึงค่อยตรวจต่อก็ได้ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น
2.3 การตรวจหาโรคไวรัสตับอักเสบบี เป็นตรวจหาภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg /AntiHBs) เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์หรือทางเลือดได้ แต่สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน
2.4 ตรวจหาภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน เฉพาะสำหรับสุภาพสตรีค่ะ คือการตรวจภูมิต้านทานที่เรียกว่า Rubella IgG หากมีค่ามากกว่า 10 mIU จะถือว่ามีภูมิคุ้มกันแล้ว แต่หากยังไม่มี แนะนำให้ฉีดวัคซีนซึ่งจำเป็นที่ต้องคุมกำเนิดด้วยหลังจากการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เดือนค่ะ
โดยสรุปแล้ว สิ่งที่จำเป็นก็มีเท่านี้แหล่ะค่ะ ส่วนแพ็คเกจในโรงพยาบาลจะมีราคาประมาณ 3,000 - 5,000 บาท ลองมองหาเเพ็คเกจที่ ถูกใจ ถูกต้อง และก็ต้องถูกมาก ดูนะค่ะ
ที่มา : พ.ญ. อัญญ์ชิศา วงศ์วีระนนท์ชัย
Tags
Relatedที่เกี่ยวข้องอื่นๆ



