ผิวติดเชื้อ และแพ้เสื้อผ้า (หมอชาวบ้าน)

จากฤดูร้อนที่แสนอบอ้าว ก็ย่างเข้าหน้าฝนกันอีกครั้ง หน้าฝนนี้เป็นช่วงที่พบโรคผิวหนังได้มาก มารู้จักโรคที่พบบ่อย ๆ ในช่วงหน้าฝนกัน

ผิวติดเชื้อในหน้าฝน

ที่พบบ่อยคือ โรคน้ำกัดเท้า ทำให้เป็นผื่นเปียกยุ่ยสีขาว มักพบที่ง่ามนิ้วเท้า พบบ่อยในนักกีฬา บางท่าน เรียกว่า โรคเท้านักกีฬา (Athlete's foot) อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจนเป็นผื่นแดงและมีน้ำเหลืองไหล

โรคติดเชื้อราที่ขาหนีบ หรือ "สังคัง" มีอาการคันมาก มักติดเชื้อรามาจากเท้า โดยเมื่อสวมกางเกงในก่อนสวมถุงเท้าจะทำให้ติดเชื้อจากเท้าไปขาหนีบ จึงควรสวมถุงเท้าก่อนสวมกางเกงใน

โรคเท้าเหม็น เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดรูพรุนเล็ก ๆ ที่เท้า มีกลิ่นเหม็นมาก เวลาถอดถุงเท้าจะรู้สึกว่าถุงเท้าติดฝ่าเท้า เพราะอาจมีน้ำเหลืองซึมจนแห้งกรัง

นอกจากนั้น หน้าฝนยังเสี่ยงต่อการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น งู แมงป่อง ตะขาบ จนถึงแมงกะพรุนไฟ ที่พบบ่อยหลังมีพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้ปวดแสบปวดร้อน เป็นแผลเป็น หรือเสียโฉม แผลแมงกะพรุนไฟหายยากมาก บางคนแพ้พิษจนจมน้ำได้

วิธีป้องกันคือ ควรว่ายน้ำในสระริมทะเลจะปลอดภัยกว่าว่ายน้ำในทะเล และขอเตือนว่าถ้าที่ใดมีแมงกะพรุนไฟมาก ควรหลีกเลี่ยงการเล่นเรือกล้วยหอม เพราะยามเรือสะบัดตก อาจถูกแมงกะพรุนไฟได้ และอาจเป็นแผลที่ใบหน้า เพราะช่วงที่ตกน้ำไม่สามารถระวังตัวได้ทัน ถ้าโดนแมงกะพรุนไฟให้รีบขึ้นจากน้ำ และใช้น้ำทะเลล้างแผล แล้วรีบไปหาหมอ

การเดินย่ำน้ำเฉอะแฉะยังอาจก่อ โรคพยาธิปากขอ เป็นการติดเชื้อพยาธิจากการเดินผ่านน้ำท่วมขัง พยาธินี้จะดูดเลือด และอาจทำให้เกิดโรคเลือดจางได้ และที่น่ากลัวอีกโรคคือ โรคฉี่หนู เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจากฉี่หนู ทำให้เป็นไข้ ตัวเหลือง ตาเหลือง ถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด และอาจถึงตายได้

การดูแลผิวในหน้าฝน

ควรหลีกเลี่ยงการเดินย่ำน้ำ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้รองเท้าบูทกันน้ำ เมื่อเท้าเปียกน้ำสกปรกให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที ใช้ถุงเท้าบาง ๆ แทนถุงเท้าหนา เพื่อลดความชื้นสะสมที่เท้า หมั่นเปลี่ยนถุงเท้า รองเท้า อย่าใช้คู่เดิมที่เปียกแฉะอับชื้น ใช้รองเท้าแตะแทน (ถ้าทำได้) เพื่อลดความชื้นสะสมที่เท้า นุ่งกางเกงบาง ๆ แทนกางเกงหนา ๆ

ไม่ควรนุ่งกางเกงยีนส์ เพื่อลดความชื้นที่ขาหนีบ (ป้องกันสังคัง) และลดกลิ่นเหม็นบริเวณอวัยวะเพศ เพราะเนื้อผ้ายีนส์มักแห้งยาก ควรนุ่งกางเกงในชนิดคล้ายกางเกงนักมวย (boxer) แทนกางเกงในชนิดรัดโคนขาหนีบต้นขา เพื่อลดความชื้นแฉะที่ขาหนีบ โดยมักพบโรคเชื้อราที่เท้าและขาหนีบในชาวตะวันตกได้บ่อย เนื่องจากชอบสวมถุงเท้ารองเท้านานเกินไป บางคนเข้านอนโดยไม่ถอดถุงเท้า รองเท้า ทำให้เท้าเปียกชื้นจึงเกิดเชื้อราที่เท้าง่ายขึ้น

ผิวแพ้เสื้อผ้าในช่วงหน้าฝน

ช่วงฤดูฝนนี้ เราจะพบโรคผิวแพ้เสื้อผ้าบ่อยขึ้น เนื่องจากเมื่อเสื้อผ้าเปียกชื้น เชื้อราและเชื้อแบคทีเรียจะเติบโตได้ดีในที่อับชื้น ยิ่งถ้าสวมใส่เสื้อผ้ารัดรูปและผ้าเนื้อหนา ๆ ด้วย ยิ่งจะทำให้เกิดการเสียดสี ความร้อน ความชื้น และเหงื่อออกมาก อาการทั่วไปมักพบเป็นผื่นคันตามจุดที่เกิดการอับ เช่น

ผู้ชายที่สวมเสื้อเชิ้ต และผูกเนกไทแน่นจะเป็นผื่นคันตามลำคอ

ผู้หญิงที่สวมเสื้อแขนรัดจะพบผื่นตามด้านหน้า หรือด้านหลังของรักแร้ หรือสวมกางเกงรัดเป็นผื่นตามขาหนีบ

นอกจากการติดเชื้อที่ผิวหนังแล้วยังส่งผลให้เกิดกลิ่นอับ กลิ่นตัว หรือบางครั้งอาจมีกลิ่นที่อวัยวะเพศด้วย เพราะเหงื่อระเหยได้ยาก และอาจเกิดผิวติดเชื้อ เกลื้อน กลาก ตามมาได้

ผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบ้านเราคือ เสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายบริสุทธิ์จะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ แต่มักจะยับยู่ยี่และหดง่าย จึงไม่เป็นที่นิยม ส่วนผ้าไหมนั้นไม่ค่อยก่อให้เกิดการแพ้

ประเภทของเนื้อผ้าที่ต้องระวังคือ ผ้าขนสัตว์และผ้าไนลอน เพราะทำให้ผิวหนังระคายเคือง และเกิดมลพิษ สำหรับผู้ที่ใส่เสื้อผ้าไนลอน มักเกิดผดผื่นคัน เพราะเนื้อผ้าจะกันไม่ให้เหงื่อระเหยออกมา

วิธีการป้องกันการแพ้เสื้อผ้า คือ การซักล้างเสื้อผ้าอย่างสะอาด และระวังไม่ให้มีผงซักฟอกตกค้างอยู่ หลังจากนั้นให้นำเสื้อผ้ามาผึ่งแดดจนแห้งสนิท

สำหรับท่านที่เจ้าเนื้อขอฝากว่าควรลดน้ำหนักตัวลงด้วย เพราะคนอ้วนเสื้อผ้ามักจะเสียดสีกับผิวหนังมาก ส่วนกางเกงยีนส์แฟชั่นรัดรูปนั้นสวมใส่ได้ หากใส่เป็นครั้งคราว ไม่ได้ใส่ทุกวัน หรือใส่นอน เวลานอนควรสวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ไม่จำเป็นต้องใส่ยกทรง หรือกางเกงในเวลานอน เพื่อปล่อยให้จุดอับชื้นต่าง ๆ ได้มีอากาศหายใจบ้าง

ที่มา นพ.ประวิตร พิศาลบุตร